No.1 Automotive Marketplace In The World shop now

3 สัญญาณบ่งบอกว่าถึงเวลาเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนได้แล้ว

3 สัญญาณบ่งบอกว่าถึงเวลาเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนได้แล้ว

ในช่วงที่มีฝนตกแทบทุกวันเช่นนี้ เจ้าของรถควรดูแลรักษาระบบปัดน้ำฝนให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอ เพราะถือเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในขณะขับขี่ท่ามกลางสายฝน แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าใบปัดน้ำฝนของเราถึงเวลาต้องเปลี่ยนใหม่แล้วหรือยัง วันนี้แอดมินมี 3 สัญญาณที่บ่งบอกว่าถึงเวลาเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนได้แล้ว จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลยค่ะ 1.ทิ้งรอยน้ำเป็นเส้นบนกระจก หากปัดน้ำฝนแล้วพบว่ายังคงเหลือรอยน้ำเป็นเส้นทิ้งไว้บนกระจก อาจเกิดจาก 2 กรณี คือ 1.มีเศษสกปรกหรือใบไม้ติดอยู่กับใบปัดน้ำฝน และ 2.ยางใบปัดน้ำฝนเสื่อมสภาพ ดังนั้น หากลองเช็กแล้วพบว่าไม่มีสิ่งสกปรกติดอยู่กับใบปัด นั่นแสดงว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนใหม่แล้วล่ะค่ะ 2.ใบปัดมีเสียงหรือมีอาการสะดุด ยางปัดน้ำฝนที่เสื่อมสภาพจะมีลักษณะแข็งและเอียงไปยังทิศทางใดทิศทางหนึ่ง ซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการใบปัดสะดุดและเกิดเสียงดังน่ารำคาญในขณะใช้งานได้ แบบนี้ควรรีบเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนใหม่โดยทันที จะช่วยให้เสียงดังหายไปในที่สุด แต่หากเพิ่งเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนไปได้เพียงไม่นาน เนื้อยางยังสามารถรีดน้ำได้ดีอยู่ เป็นไปได้ว่าอาจเกิดจากน้ำยาเคลือบกระจกหรือน้ำยาเติมหม้อพักน้ำฉีดกระจกก็เป็นได้ ให้ลองสังเกตดูว่าเมื่อหยุดการใช้น้ำยาเหล่านั้น ทำให้เสียงดังหรืออาการสะดุดหายไปด้วยหรือไม่ 3.ปัดน้ำฝนแล้วก็ยังมองเห็นไม่ชัด ถ้าเปิดที่ปัดน้ำฝน 2-3 ครั้ง แต่ยังมีคราบน้ำหลงเหลือจนทำให้มองไม่ชัดแล้วล่ะก็ แบบนี้แสดงว่าต้องรีบเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนด่วนแล้วล่ะครับ เพราะถือว่าส่งผลต่อทัศนวิสัยอย่างร้ายแรง และอาจเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุได้ การเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนไม่จำเป็นต้องนำรถเข้าศูนย์บริการหรืออู่เสมอไป ปัจจุบันมีช่องทางซื้อที่ปัดน้ำฝนใหม่มากมาย ทั้งในร้านค้าและทางออนไลน์ เพียงแต่ต้องตรวจสอบขนาดความยาวของก้านปัดและลักษณะของข้อต่อให้ตรงกับของเดิม ก็สามารถเปลี่ยนเองได้แบบไม่ยากเย็นเลย ทางที่ดีควรเปลี่ยนที่ปัดน้ำฝนทุก 1-2 ปี หรือเปลี่ยนทันทีที่ใบปัดเริ่มเสื่อมสภาพด้วยนะคะ😊 ของคุณบทความจาก : รถมือสองสภาพดี DDS Car Center #HURMALL #Marketplace

ไขข้อข้องใจ “ไฟหรี่” แท้จริงแล้วมีไว้เพื่ออะไร

ไขข้อข้องใจ “ไฟหรี่” แท้จริงแล้วมีไว้เพื่ออะไร

ไขข้อข้องใจ “ไฟหรี่” แท้จริงแล้วมีไว้เพื่ออะไร ไฟหรี่ มีชื่อในภาษาอังกฤษว่า “Parking Lights” ตามการเรียกของสหรัฐอเมริกาและแคนาดา หรือ “Front Sidelights” ตามการเรียกของสหราชอาณาจักร โดยไฟหรี่ถูกออกแบบให้ใช้พลังงานไฟน้อยกว่าปกติ เพื่อให้สามารถส่องสว่างได้ยาวนานในขณะจอดบนทางเดินรถแทนการเปิดไฟหลักทิ้งไว้ ทำให้ผู้อื่นสามารถมองเห็นรถได้ง่ายขึ้น ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในยามค่ำคืนได้นั่นเอง ส่วนกฎหมายของเยอรมนีจะมีความเฉพาะเจาะจงมากกว่านั้น โดยระบุว่าผู้ขับขี่จะต้องเปิดสัญญาณไฟหรี่ด้านหน้าสีขาวและด้านหลังสีแดง ที่ฝั่งซ้ายหรือขวาด้านใดด้านหนึ่งในขณะจอดบนทางแคบ เพื่อเป็นการส่งสัญญาณให้รถคันอื่นทราบว่ารถถูกจอดชิดริมด้านซ้ายหรือด้านขวา จึงจะเห็นได้ว่ารถยนต์สัญชาติเยอรมนีแทบทุกยี่ห้อ (เช่น Mercedes-Benz, BMW, Audi, Volkswagen, Porsche และอื่นๆ) จะสามารถเปิดไฟหรี่เพียงด้านใดด้านหนึ่งในขณะดับเครื่องยนต์ได้ จะเห็นได้ว่าประโยชน์ดั้งเดิมของไฟหรี่ มีไว้สำหรับการจอดรถบนทางเดินรถเท่านั้น ไม่ได้มีไว้เพื่อเปิดใช้งานในช่วงเวลาพลบค่ำแต่อย่างใด อย่างไรก็ดี กฎหมายของบางประเทศในแถบยุโรปเคยกำหนดไว้ว่าผู้ขับขี่จะต้องใช้ไฟหรี่แทนการใช้ไฟหน้าปกติในพื้นที่ที่มีตึกรามบ้านช่องเป็นจำนวนมาก เช่น กรุงมอสโกว, กรุงปารีส และกรุงลอนดอน แต่ปัจจุบันกฎหมายดังกล่าวถูกยกเลิกไปแทบจะหมดสิ้นแล้วนอกจากนี้ ไฟหรี่ยังมีประโยชน์เพื่อใช้เป็นไฟสำรองในกรณีไฟหลักขาด ซึ่งจะช่วยให้รถคันอื่นสามารถแยกความแตกต่างระหว่างรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ได้ เพราะถ้าหากมีไฟส่องสว่างเพียงข้างเดียวโดยไม่มีไฟหรี่แล้วล่ะก็ รถคันอื่นอาจเข้าใจผิดคิดว่าเป็นมอเตอร์ไซค์ และตัดสินใจผิดพลาดจนกลายเป็นอุบัติเหตุได้นั่นเองค่ะรู้แบบนี้แล้วจะลองเปลี่ยนจากการเปิดไฟหรี่ในช่วงโพล้เพล้ มาเป็นการเปิดไฟหน้าแบบปกติ จะช่วยให้ผู้ขับขี่รอบข้างสามารถสังเกตเห็นรถของคุณได้ง่ายขึ้นด้วยนะคะขอขอบคุณเนื้อหา sanook.com

“เฮอร์มอล” ชี้ช่องรวย

“เฮอร์มอล” ชี้ช่องรวย

มาหารายได้เสริมเข้ากระเป๋ากันค่ะ ถ้าเจอคนทำความผิดตามนี้ก็สามารถแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ได้เลย โดยจะได้รับส่วนแบ่ง 50% ของค่าปรับนะ ซึ่งตัวค่าปรับจะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ อาจจะพิจารณาเป็นรายครั้งที่ทำผิดไปค่ะ – จอดรถบนทางเท้า ปรับสูงสุด 5,000.- – ขี่รถบนทางเท้า ปรับสูงสุด 5,000.- – วางสิ่งกีดขวางบนถนน ปรับสูงสุด 10,000.- – พ่นสี / เขียนกำแพงสาธารณะ ปรับสูงสุด 5,000.- ขอบคุณขอมูลจาก ปันโปร – Punpromotion  #hurricane #instagram #tiktok #twitter #กรองอากาศ #กรอง #กรองแต่ง #กรองเปลือย #hurricane #airfilter #กรองซิ่ง #ประหยัด #กรองล้างได้ #พูดไปเรื่อย #hurchitchat #Honda #CIVIC #CIVICFE #allnewcivic#CIVIC2022 #hurmallช้อบสารพัดอะไหล่ยนต์ง่ายครบจบเพียงปลายนิ้ว #hurmall #automotive #Hurmall #Maketplace #Shopping #online #accesory #car #filter #autopart #เฮอร์มอล #ตลาด

น้ำท่วมต้องรีบขนของ ถ้าอยากเปลี่ยนกรอง “ต้องเฮอร์ริเคน”

น้ำท่วมต้องรีบขนของ ถ้าอยากเปลี่ยนกรอง “ต้องเฮอร์ริเคน”

น้ำท่วมต้องรีบขนของ ถ้าอยากเปลี่ยนกรอง “ต้องเฮอร์ริเคน” “ Washable and Increased horse power filter ““ ไส้กรองล้างได้ เพิ่มแรงม้า “ ไส้กรองสแตนเลส เป็นใส่กรองที่ดีที่สุดในเรื่องของการดูดอากาศ ด้วยกรองละเอียด 63 ไมครอน ทำ ให้อากาศไหลผ่าน ได้เยอะมากขึ้น มีเพียงฝุ่นละเอียด ฝุ่นอ่อน เท่านั้นถึงจะสามาถผ่านเข้าไปได้ และไม่เป็นอันตรายต่อระบบสันดาบภายใน เพราะงั้นก็สามารถวางใจได้(ของเขาดี) ไส้กรองสแตนเลสจะทำให้รถมีกำลังขึ้นจากอากาศที่เข้าไปเยอะขึ้น ก้าวสูปีที่ 26 Hurricane Reinvention มุ่งมั่นพัฒนา กรองอากาศไทยไปให้ไกลระดับโลก

วิธีติดตั้งกล้องติดรถยนต์ง่ายๆ

วิธีติดตั้งกล้องติดรถยนต์ง่ายๆ

หลาย ๆ ท่าน อาจจะยังไม่เคยใช้กล้องติดรถยนต์ ก็มีความกังวลเกี่ยวกับวิธีติดตั้งอยู่บ้าง เพราะบางท่านก็ไม่มั่นใจว่าจะติดตั้งกล้องเองได้หรือไม่ วันนี้ทีมงาน ขอนำเสนอวิธีการติดตั้งกล้องติดรถยนต์ง่าย ๆ ภายใน 3 ขั้นตอนวิธีติดตั้งกล้องติดรถยนต์ 1. หลังจากซื้อกล้องมาแล้ว ให้นำ Micro SD Card เสียบเข้าตัวกล้องหากท่านต้องการเช็คกล้องให้เปิดกล้อง และลองเล่นฟังก์ชันต่าง ๆ หากเปิดไม่ติดให้นำสาย USB ที่แถมมาในกล่องเสียบชาร์จไฟจากคอมพิวเตอร์เข้าตัวกล้อง หรือจะนำไปเสียบที่จุดบุหรี่ในรถ 2. เสียบกล้องเข้ากับแท่นยึดกระจก และนำแท่นยึดไปติดกับกระจกหน้ารถเลือกตำแหน่งตามที่ต้องการ แนะนำติดกึ่งกลางกระจกด้านบน เพื่อให้ได้มุมภาพด้านหน้าทั้งคันและไม่บังสายตาขณะขับรถ 3. เสียบสายชาร์จเข้ากับตัวกล้อง และไล่สายชาร์จจากตัวกล้องสอดตามขอบยางรถยนต์อาจใช้วัตถุที่มีแข็งและบาง เช่น บัตรประชาชน/บัตร ATM มาช่วยกดสายเข้าขอบยาง หลังจากเก็บสายแล้วให้นำหัวชาร์จมาเสียบเข้ากับที่จุดบุหรี่ เมื่อท่านสตาร์ทรถกล้องจะเปิดและเริ่มบันทึกอัตโนมัติ ..ใหม่ ! กราศองอากรถยนค์แฟบริคซ์ ประหยัด ล้างได้ รักษ์โลกหลายคนอาจยังไม่รู้ว่า กรองอากาศเป็นหนึ่งในอะไหล่รถยนต์ที่เราต้องเปลี่ยนบ่อยมากๆ เพราะเมื่อกรองอากาศอุดตันจะเริ่มส่งผลเสียต่างๆ เช่น รถอืด ควันดำ กินน้ำมัน เร่งไม่ขึ้น รอบมาช้า และอื่นๆอีกมากมาย แต่การที่เราจะเปลี่ยนกรองอากาศบ่อยๆก็เป็นการสิ้นเปลืองเงิน เพราะกรองอากาศก็ราคาที่เราต้องจ่ายอยู่ ของแท้ศูนย์ราคาประมาณ 400 –

แก้ไขรอยบุบ และ รอยขีดข่วนแบบ DIY: วิธีการแก้ไขรอยขีดข่วน

แก้ไขรอยบุบ และ รอยขีดข่วนแบบ DIY: วิธีการแก้ไขรอยขีดข่วน

1.กระดาษทรายหากรอยขีดข่วนอยู่เหนือสีชั้นแรกหรือชั้นที่สองสิ่งที่คุณต้องทำคือใช้กระดาษทรายเปียกเบอร์ 3000 และ น้ำเล็กน้อย ขั้นตอนแรกให้ทำความสะอาดบริเวณนั้นไม่ให้มีสิ่งสกปรกรอบ ๆ ต่อมาหยดน้ำลงบนรอยขีดข่วนแล้วถูด้วยกระดาษทรายเบา ๆ เป็นวงกลม อย่าลืมวางกระดาษทรายทับบล็อกไม้เพื่อให้แรงกระจายอย่างสม่ำเสมอ ทำต่อไปเรื่อยๆจนกว่ารอยขีดข่วนจะหายไป และ ใช้น้ำยาเคลือบเงาทาทับเพื่อจบงานให้เรียบร้อย 2.ผ้าเช็ดรอยขีดข่วนผ้าเช็ดรอยขีดข่วนโดยพื้นฐานแล้วเป็นผ้าขัดที่มีผงขัดโลหะขนาดเล็กโรยอยู่ ซึ่งใช้งานได้เหมือนกับกระดาษทราย แต่ยุ่งยากน้อยกว่า และ ใช้งานได้ง่ายกว่า สิ่งที่คุณต้องการคือน้ำ และ ผ้าผืนนี้ที่จะช่วยคุณได้ 3.ยาสีฟันทุกครัวเรือนย่อมต้องมียาสีฟันสักหนึ่งหลอดหรือมากกว่านั้นในห้องน้ำ สิ่งที่คุณต้องทำเพื่อขจัดรอยขีดข่วนบนรถของคุณคือยาสีฟันขนาดเท่าเมล็ดถั่ว และ ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ ถูยาสีฟันให้ทั่วรอยขีดข่วนเป็นวงกลมจนคุณเห็นว่ารอยขีดข่วนนั้นหายไปราวกับเวทมนตร์ เคล็ดลับคือ ยาสีฟันสูตรไวท์เทนนิ่งจะได้ผลดีที่สุดในกรณีนี้ เนื่องจากมีฤทธิ์กัดกร่อนมากที่สุด 4.น้ำยาขัดสีรถส่วนใหญ่เมื่อใดก็ตามที่รถของคุณขูดเบา ๆกับกันชนของรถคันอื่น สีจากรถคันอื่นอาจจะเกาะติดบนรถของคุณ ตอนนี้คุณอาจคิดว่ามันเป็นเพียงรอยขีดข่วน แต่โชคดีที่มันไม่ใช่ สิ่งที่คุณต้องทำคือถอดชิ้นนั้นออก และ ใช้น้ำยาขัดสีรถเพื่อลบสีออก ทำความสะอาดบริเวณนั้น, ใช้ผ้าเช็ดถูเพื่อขัดสี และ ถูให้ทั่วเป็นวงกลมบริเวณนั้นโดยใช้ผ้า ในเวลาเพียงไม่กี่นาทีคุณก็จะไม่สังเกตเห็นรอยแล้วด้วยซ้ำ วิธีการแก้ไขรอยบุบ 1.น้ำเดือดเป็นเทคนิคแบบเก่าที่ยังใช้ได้ผลจนถึงทุกวันนี้กับกันชนที่บุบ คุณต้องมีหม้อสองใบหม้อหนึ่งมีน้ำเดือดและอีกใบมีน้ำเย็น สิ่งที่คุณต้องทำคือเทน้ำร้อนลงไปให้ทั่วรอยบุบ เพื่อให้กันชนที่บุบนั้นอ่อนตัวได้มากพอที่จะดันออกมาจากด้านในได้ จากนั้นเทน้ำเย็นลงไปเพื่อให้บริเวณนั้นเย็นลง 2.ไดร์เป่าผมหากคุณกลัวว่าตัวของคุณจะถูกน้ำร้อนลวก อีกทางเลือกหนึ่งที่คล้ายกันคือการใช้ไดร์เป่าผม เนื่องจากแนวคิดค่อนข้างคล้ายกัน คือ ให้ความร้อนในบริเวณที่บุบให้เพียงพอเพื่อให้รอยบุ๋มดันตัวออกมา 3.ลูกสูบคุณจะต้องใช้ลูกสูบที่มีขนาดเล็กกว่ารอยบุบ และ หากรอยบุบค่อนข้างเล็ก คุณยังสามารถใช้ถ้วยดูดจากที่วางโทรศัพท์มือถือในรถยนต์ได้ คุณต้องใช้น้ำเล็กน้อยทั้งบนลูกสูบหรือถ้วยดูด และ รถเพื่อช่วยสร้างตราประทับ ดันลงจนสุดเพื่อให้อากาศออกแล้วดึงแรง

6 เหตุผลว่าทำไมรถคันต่อไปของคุณจึงควรเป็นรถยนต์ไฟฟ้า??

6 เหตุผลว่าทำไมรถคันต่อไปของคุณจึงควรเป็นรถยนต์ไฟฟ้า??

ประเทศไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน และเป็นผู้เริ่มต้นในการนำมาซึ่งการสัญจรอย่างยั่งยืน หรือ sustainable mobility ซึ่งการเติบโตที่น่าประทับใจของกลุ่มยานพาหนะไฟฟ้า (Electric Vehicle) มีถึง 81% ในช่วงสี่ปีที่ผ่านมาได้เปลี่ยนโฉมระบบนิเวศทางด้านยานยนต์ของประเทศให้มีอนาคตที่สดใส      แล้วสิ่งนี้สำคัญกับเจ้าของรถยนต์ส่วนตัวแบบคุณอย่างไรกัน? บทความนี้จะนำเสนอว่าการเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าจะเป็นประโยชน์กับคุณได้อย่างไรบ้าง  1) เมื่อคุณกำลังขับรถอยู่ท่ามกลางแสงอาทิตย์      การอยู่ในสภาพภูมิอากาศอบอุ่นตลอดทั้งปีที่อุดมไปด้วยแสงแดดของประเทศเขตร้อน จะมีอะไรจะดีไปกว่านี้อีกล่ะ? ปัญหาน้ำมันหมดจะไม่มีอีกต่อไป เมื่อสามารถชาร์จพลังงานให้รถวิ่งต่อไปได้ อีกทั้งสามารถเพิ่มพลังการขับของคุณด้วยแสงที่มีทั้งหมดได้อีกด้วย 2) สู่วันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า      หนึ่งในเหตุผลหลักที่กระตุ้นความนิยมของ EV คือการสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยชุมชนของเราที่กำลังสร้างก้าวเล็กๆ ไปสู่การผสมผสานความยั่งยืนในชีวิตประจำวันของคนในชุมชน ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวที่ซูเปอร์มาร์เก็ตได้กลายเป็นอดีตไปแล้ว ก้าวต่อไปอีกหนึ่งขั้นด้วยรถยนต์ ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์และปล่อยคาร์บอนต่ำ 3) การออกแบบที่มีสไตล์จนคุณสังเกตได้      เนื่องจากความต้องการของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น ดังนั้นรถจึงมีโมเดลและตัวเลือกที่แตกต่างกันมากขึ้นด้วย รถยนต์ไฮบริดเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของการออกแบบที่สวยงามและแบบแอโรไดนามิก      นอกจากนี้ ยิ่งมีคนมากก็ยิ่งครึกครื้นใช่ไหมล่ะ? หนึ่งในรถรุ่นใหม่ล่าสุดในตลาดคือ all-new Nissan Kicks e-POWER ที่มีโหมดการขับขี่ที่แตกต่างกันถึงสี่โหมด ช่างเป็นรถที่เซ็กซี่ กะทัดรัดและสามารถทำงานได้เป็นอย่างดี 4) แบตเตอรี่ไฮบริดมีการรับประกันที่ยาวนาน      ข้อกังวลที่พบบ่อยที่สุดเกี่ยวกับรถยนต์ไฮบริดคือ “แบตเตอรี่จะมีอายุการใช้งานจริงได้นานแค่ไหน” คุณอาจกังวลต่อการเปลี่ยนโดยพิจารณาจากราคาที่สูงในการเปลี่ยนแบตเตอรี่

“วาล์วรถยนต์” ควรเช็กตอนไหนดี?

“วาล์วรถยนต์” ควรเช็กตอนไหนดี?

เช็ก “วาล์ว” รถยนต์ที่ระยะเท่าไร? – รถใช้น้ำมันปกติควรเช็กวาล์วที่ระยะ 80,000 – 100,000 กิโลเมตร – รถติดแก๊สควรเช็กวาล์วที่ระยะ 50,000 – 70,000 กิโลเมตร สำหรับการตั้งวาล์วรถยนต์นั้น จะกระทำการตั้งวาล์วเมื่อถึงระยะทางที่คู่มือรถกำหนด หรือเมื่อเครื่องยนต์เกิดอาการ สั่น กระตุก สะดุด เบาดับ เร่งไม่ขึ้น กินน้ำมัน ไฟโชว์ ฯลฯ อาการเหล่านี้เตรียมไปเช็กวาล์วได้เลย เพราะหากปล่อยทิ้งไว้จะทำให้เกิดปัญหากับเครื่องยนต์ถึงขั้นวาล์วยัน และมันจะพาให้ชิ้นส่วนอื่นพังเสียหายไปด้วย โดยเฉพาะรถติดแก๊ส เนื่องจากชิ้นส่วนนี้จะสึกหรอเร็วกว่ารถที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงค่ะ ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://auto.sanook.com/65897/ “ Washable and Increased horse power filter “ “ ไส้กรองล้างได้ เพิ่มแรงม้า “ ไส้กรองสแตนเลส เป็นใส่กรองที่ดีที่สุดในเรื่องของการดูดอากาศ ด้วยกรองละเอียด 63 ไมครอน ทำ ให้อากาศไหลผ่าน ได้เยอะมากขึ้น มีเพียงฝุ่นละเอียด ฝุ่นอ่อน

5 เหตุผล ทำไมฤดูฝนต้องล้างรถ!

5 เหตุผล ทำไมฤดูฝนต้องล้างรถ!

“ฝนตกไม่ต้องล้างรถหรอก เดี๋ยวก็เลอะ” คำพูดเหล่านี้เป็นความเชื่อที่ว่ากันต่อ ๆ มา ก็ลองคิดดูสิ เพิ่งล้างรถเสร็จ ฝนกลับตก!! นี่มันทำร้ายจิตใจกันชัดๆ!! แต่เดี๋ยวก่อน การที่เข้าหน้าฝนแล้วไม่ล้างรถเลย รู้หรือไม่ว่า นั่นเป็นการทำร้ายรถคุณโดยไม่รู้ตัว!! วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่า #ทำไมยิ่งฝนตกต้องยิ่งล้างรถ! 1. ฝนกรด ฝังลึกสำหรับใครที่อยู่ในเขตอุตสาหกรรมหรือต้องทำงานในเขตนั้นบ่อย ๆ มีความเสี่ยงสูงที่จะเจอฝนกรดมากกว่าพื้นที่อื่นๆ และการที่รถโดนฝนกรดบ่อยๆ โอกาสที่สีของรถยนต์จะเกิดความเสียหายก็ย่อมมีมากเช่นกัน เพราะฝนกรดจะมีค่าความเป็นกรดสูงมากกว่าน้ำฝนทั่วไป ซึ่งฝนกรดอาจจะฝังเข้าไปในผิวสีรถ การทำความสะอาดมีค่าใช้จ่ายสูง โอกาสของการพบเจอฝนกรดมีมากในเขตพื้นที่อุตสาหกรรม และพื้นที่ที่มีมลพิษทางอากาศสูง เขตกรุงเทพฯก็เช่นกัน 2. คราบน้ำฝังแน่น คราบน้ำฝังแน่นหลังจากรถยนต์แห้งจากการตากฝนบ่อย ๆ จะทำให้มีคราบน้ำทำให้เกิดคราบน้ำบนสีรถ ยิ่งสะสมไว้คราบไว้นาน และตากแดดไปเรื่อย ๆ จะทำให้การทำความสะอาดยากขึ้น และส่งผลต่อสีของรถยนต์ในอนาคต ซึ่งทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการทำสีที่สูงขึ้น 3. ธรรมชาติ ลงโทษ!สภาพอากาศช่วงนี้ที่ฝนฟ้าคะนองบ่อย ๆ ทำให้รถของคุณต้องตากฝนอยู่ตลอดเวลา แม้แต่การจอดรถไว้ใต้ต้นไม้เองก็ทำให้รถเกิดรอยได้ เพราะ เศษกิ่งไม้ ใบไม้ ที่ร่วงหล่นเกาะอยู่บนตัวรถแล้วแห้งติดกับรถทำให้พื้นสีรถด่างและเสีย โดยรอยคราบแห้งกรังที่เกิดขึ้นจะทำให้ทำความสะอาดยาก 4. สนิม กินใจ!เพราะการใช้รถยนต์ในช่วงหน้าฝนบ่อยก็อาจะเป็นสามารถเป็นบ่อเกิดความชื้นซึ่งก่อให้เกิดสนิมได้ ดังนั้นเมื่อรถผ่านการลุยฝน เกิดความชื้นตลอดเวลา

  • 1
  • 2
Product Filters